สวัสดีครับ หายไปยาวนานเลยแฮะ ไม่ค่อยได้มาอัพบล็อกตัวเองเท่าไหร่ จะครึ่งปีแล้วมั้ง
 
ช่วงนี้ก็ร้องเพลงอยู่เรื่อย ๆ นะครับ แต่แบบว่าไม่ค่อยได้ร้องเพลงเดี่ยวเลยนี่สิ ที่มีก็ร้องเพลงกลุ่มไปเพลง
 
แล้วก็เพลงคู่อีกสองเพลงมั้ง(จำงานตัวเองไม่ได้) นอกนั้นก็มิกซ์งานให้คนอื่นเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย
 
ก็รู้สึกว่าชอบการมิกซ์เพลงพอสมควรเลยแฮะ ทำแล้วสนุกดีเหมือนกัน
 
เอา ร่ายมาซะยาวเลย ก็มาพูดถึงหัวข้อบล็อกวันนี้ดีกว่า ก็ลองหัดทำโวคัลลอยด์ร้องภาษาไทยดูครับ
 
ก็ยุ่งยากใช้ได้เลย งมกันอยู่พักใหญ่เลย ก็ถู ๆ ไถ ๆ มาได้ประมาณนี้แล
 
 
ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ของเพลงก็ลองกดเข้าไปดูได้เพิ่มเติมในยูทูปนะครับ
 
ขอบคุณที่รับฟังนะครับ มีความคิดเห็นอะไรก็บอกมาได้เลยครับ

edit @ 27 May 2012 16:23:21 by เตวิรัน(kairyuramon)

เพลงร้องเอง : Far Away, Light Falls

posted on 05 Jan 2012 14:46 by tewiran
สวัสดีครับ ไม่ได้เอาเพลงมาลงที่บล็อกมาพักใหญ่ ๆ แล้ว ว่าแล้วก็เอามาแปะซักหน่อย ช่วงนี้ผมก็กำลังหัดมิกซ์เพลงแบบจริงจังขึ้นมานิดหน่อย
 
เพลงแรกก็ร้องแล้วก็มิกซ์ส่งประกวดงานเพลงในอินเเตอร์เน็ตนี่แหละ หัดมิกซ์แบบอิเล็กโทรครั้งแรก ก็สนุกดีเหมือนกัน
 
แต่พอทำเสร็จแล้วได้มาฟังอีกครั้งหลัง ๆ แล้วรู้สึกว่ามีจุดผิดพลาดพอสมควรเลยนะนี่
 
 
 
เพลงนี้มีแต่คนบอกว่าเสียงเหมือนไคโตะแฮะ ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเปล่า
 
 
อีกเพลงก็เป็นเพลงที่ติดอันดับในโวคัลลอยด์แรงค์กิ้งสามสี่สัปดาห์ก่อน แต่อันดับไม่สูงนักหรอกนะครับ แต่ผมชอบดนตรีเพลงนี้มากเลยแฮะ ฟังแล้วมันเบาสบายดี
 
 
 
อันนี้ลองหัดปรับEQนิดหน่อย แบบว่าพอทำได้ซักพักแล้วเพิ่งมาเข้าใจว่าEQนี่มันช่วยให้เสียงเด่นขึ้นมาจากดนตรีได้จริง ๆ ปกติจะใช้แต่การเพิ่มVolumeของเสียงร้องเอา

edit @ 5 Jan 2012 15:04:32 by เตวิรัน(kairyuramon)

edit @ 5 Jan 2012 15:04:57 by เตวิรัน(kairyuramon)

วันนี้ผมจะมาพูดถึงประเด็นเรื่องการเห็นแก่ตัวกันครับ ที่อยากพูดไม่ใช่อะไร มันเป็นลักษณะนิสัยของผมโดยตรงเลยล่ะครับ ก็เลยอยากมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องความเห็นแก่ตัวซักหน่อย

ใครที่เจอคนมาหลากหลายน่าจะเคยเห็นพวกเห็นแก่ตัวสุด ๆ หรือพวกเห็นแก่คนอื่นสุด ๆ ผมว่าคนแต่ละลักษณะนิสัยก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างพวกที่เห็นแก่คนอื่นมาก ๆ พวกนี้ผมมองว่าเขาจะคิดออกนอกมาก ห่วงนู่นห่วงนี่ไปหมด คนนั้นคนนี้กินข้าวหรือยัง สบายดีหรือเปล่า หรือว่าถ้าพูดไปแบบนี้เขาจะโกรธไหม ถ้าเขาโกรธเราก็ต้องไปขอโทษ ฯลฯ ทำให้ต้องไปทุกข์ร้อนกับเรื่องของคนอื่นอยู่บ่อย ๆ แต่ข้อดีของพวกนี้ เขามักจะเป็นที่รักของคนหลายคน(แต่อาจจะเป็นที่รำคาญแทนก็ได้ ถ้ามากเกินไป)

ส่วนพวกเห็นแก่ตัวผมมองว่าเขาจะมีนิสัย”ช่างมัน”เก่งแฮะ แบบว่าอันไหนไม่ใช่เรื่องของเราก็จะช่างมันไปเลย ไม่สนใจใยดีทั้งสิ้น มักจะคิดถึงแต่ตัวเองมาก ข้อดีก็คือเขาไม่ต้องไปทุกข์ร้อนอะไรกับใครเท่าไหร่ แต่ข้อเสียคืออาจจะมีปัญหาทางด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเพราะว่าไม่ใส่ใจกับคนอื่นเท่าไหร่

ในเมื่อคนที่มีนิสัยเห็นแก่ตัวเป็นพื้นนิสัยต้องการจะปรับปรุงตัวเองควรจะทำอะไรล่ะ

ผมมีความเห็นว่าน่าจะปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ โดยมองว่าการทำความดีหรือการช่วยเหลือคนอื่นมันเป็นการฝึกฝนตนเอง

อย่างเวลาปกติที่ต้องช่วยคนอื่นทำงาน เราอาจจะเหนื่อย อาจจะไม่อยากทำ แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นการคิดว่า ถ้าทำแล้วมันจะทำให้เราพัฒนาขึ้นมาได้(ไม่ได้คิดจะช่วยคนอื่น แต่คิดว่าจะทำเพื่อตัวเอง) ผมว่าแบบนี้มันจะช่วยจูงใจให้เราสามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้มากขึ้น

อีกอย่างก็ลองนึกถึงเป้าหมายของตัวเราซักอย่าง แล้วดึงให้มันมาสัมพันธ์กันให้ได้

อย่างสมัยก่อนเวลาผมโดนเรียกไปสวดมนต์ผมจะขี้เกียจมาก แล้วก็จะเบี้ยวตลอด แต่พอมาพักหลังผมเพิ่งมาคิดได้ว่า “เออ ไอ้เรามันเป็นพวกชอบร้องเพลงนี่หว่า สวดมนต์ให้ดี ๆ มันก็เหมือนฝึกร้องเพลงเหมือนกัน” พอคิดได้แบบนั้นผมก็หันมาสวดมนต์แบบเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้ง(ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวโดยตรง แต่ผมยกประเด็นนี้มาประยุกต์ใช้)

ดังนั้นถ้าสมมติว่าคุณคิดอยากจะทำงานให้ได้ตำแหน่งสูง ๆ ให้ได้เงินดี ๆ คุณก็คิดซะว่าการช่วยคนอื่นมันเป็นการฝึกฝนตัวเองให้มีทักษะในการอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้ดี แล้วมันก็จะช่วยให้ชนะใจคนอื่นได้มากขึ้น มันก็จะทำให้คุณพยายามที่จะทำเพื่อคนอื่นให้มากขึ้นเอง จะเรียกว่าใช้ความเห็นแก่ตัวเพื่อลดความเห็นแก่ตัวก็ได้

ผมก็ลองยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพนะครับ ส่วนท่านไหนจะลองปรับใช้อะไรอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่านเลยครับ

สำหรับวันนี้ก็แค่นี้แหละครับ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าครับ