Vocaloid cover : หากันจนเจอ - Miku dark & Gakupo cover
posted on 27 May 2012 16:14 by tewiran in Songsedit @ 27 May 2012 16:23:21 by เตวิรัน(kairyuramon)
edit @ 27 May 2012 16:23:21 by เตวิรัน(kairyuramon)
edit @ 5 Jan 2012 15:04:32 by เตวิรัน(kairyuramon)
edit @ 5 Jan 2012 15:04:57 by เตวิรัน(kairyuramon)
วันนี้ผมจะมาพูดถึงประเด็นเรื่องการเห็นแก่ตัวกันครับ ที่อยากพูดไม่ใช่อะไร มันเป็นลักษณะนิสัยของผมโดยตรงเลยล่ะครับ ก็เลยอยากมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องความเห็นแก่ตัวซักหน่อย
ใครที่เจอคนมาหลากหลายน่าจะเคยเห็นพวกเห็นแก่ตัวสุด ๆ หรือพวกเห็นแก่คนอื่นสุด ๆ ผมว่าคนแต่ละลักษณะนิสัยก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างพวกที่เห็นแก่คนอื่นมาก ๆ พวกนี้ผมมองว่าเขาจะคิดออกนอกมาก ห่วงนู่นห่วงนี่ไปหมด คนนั้นคนนี้กินข้าวหรือยัง สบายดีหรือเปล่า หรือว่าถ้าพูดไปแบบนี้เขาจะโกรธไหม ถ้าเขาโกรธเราก็ต้องไปขอโทษ ฯลฯ ทำให้ต้องไปทุกข์ร้อนกับเรื่องของคนอื่นอยู่บ่อย ๆ แต่ข้อดีของพวกนี้ เขามักจะเป็นที่รักของคนหลายคน(แต่อาจจะเป็นที่รำคาญแทนก็ได้ ถ้ามากเกินไป)
ส่วนพวกเห็นแก่ตัวผมมองว่าเขาจะมีนิสัย”ช่างมัน”เก่งแฮะ แบบว่าอันไหนไม่ใช่เรื่องของเราก็จะช่างมันไปเลย ไม่สนใจใยดีทั้งสิ้น มักจะคิดถึงแต่ตัวเองมาก ข้อดีก็คือเขาไม่ต้องไปทุกข์ร้อนอะไรกับใครเท่าไหร่ แต่ข้อเสียคืออาจจะมีปัญหาทางด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเพราะว่าไม่ใส่ใจกับคนอื่นเท่าไหร่
ในเมื่อคนที่มีนิสัยเห็นแก่ตัวเป็นพื้นนิสัยต้องการจะปรับปรุงตัวเองควรจะทำอะไรล่ะ
ผมมีความเห็นว่าน่าจะปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ โดยมองว่าการทำความดีหรือการช่วยเหลือคนอื่นมันเป็นการฝึกฝนตนเอง
อย่างเวลาปกติที่ต้องช่วยคนอื่นทำงาน เราอาจจะเหนื่อย อาจจะไม่อยากทำ แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นการคิดว่า ถ้าทำแล้วมันจะทำให้เราพัฒนาขึ้นมาได้(ไม่ได้คิดจะช่วยคนอื่น แต่คิดว่าจะทำเพื่อตัวเอง) ผมว่าแบบนี้มันจะช่วยจูงใจให้เราสามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้มากขึ้น
อีกอย่างก็ลองนึกถึงเป้าหมายของตัวเราซักอย่าง แล้วดึงให้มันมาสัมพันธ์กันให้ได้
อย่างสมัยก่อนเวลาผมโดนเรียกไปสวดมนต์ผมจะขี้เกียจมาก แล้วก็จะเบี้ยวตลอด แต่พอมาพักหลังผมเพิ่งมาคิดได้ว่า “เออ ไอ้เรามันเป็นพวกชอบร้องเพลงนี่หว่า สวดมนต์ให้ดี ๆ มันก็เหมือนฝึกร้องเพลงเหมือนกัน” พอคิดได้แบบนั้นผมก็หันมาสวดมนต์แบบเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้ง(ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวโดยตรง แต่ผมยกประเด็นนี้มาประยุกต์ใช้)
ดังนั้นถ้าสมมติว่าคุณคิดอยากจะทำงานให้ได้ตำแหน่งสูง ๆ ให้ได้เงินดี ๆ คุณก็คิดซะว่าการช่วยคนอื่นมันเป็นการฝึกฝนตัวเองให้มีทักษะในการอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้ดี แล้วมันก็จะช่วยให้ชนะใจคนอื่นได้มากขึ้น มันก็จะทำให้คุณพยายามที่จะทำเพื่อคนอื่นให้มากขึ้นเอง จะเรียกว่าใช้ความเห็นแก่ตัวเพื่อลดความเห็นแก่ตัวก็ได้
ผมก็ลองยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพนะครับ ส่วนท่านไหนจะลองปรับใช้อะไรอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่านเลยครับ
สำหรับวันนี้ก็แค่นี้แหละครับ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้าครับ